หุ้นไทย (9 ก.ค.64) แดนเขียวตลอดบ่ายบางจังหวะแตะ 20 จุด ก่อนปิดที่ +18.47 จุด
หุ้นไทย (9 ก.ค.64) ปิดการซื้อขาย ที่ระดับ 1,540.19 จุด +18.47 จุด (+1.21%) มูลค่าการซื้อขาย 69,892.57 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดี มาจากความคาดหวังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศเริ่มดีขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อและจำนวนผู้หายป่วยออกมาใกล้กันมากขึ้น อีกทั้งยอดฉีดวัคซีนทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยคาดหวังสถานการณ์ใกล้พีคในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนกรุงเทพฯยอดผู้ติดเชื้อเริ่มนิ่งแสดงให้เห็นโอกาสที่จะควบคุมได้ ส่งผลให้มีแรงซื้อกลับหุ้น Reopening play อย่าง AOT, CRC รวมถึงกลุ่มแบงก์ เป็นต้น
โควิดฉุด ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม วูบต่ำสุดในรอบ 14 เดือน เอกชนจี้รัฐตรวจเชิงรุก-ฉีดวัคซีนแรงงาน
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกง ตลาดหุ้นจีนบวกได้ และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ก็ปรับตัวขึ้นหลังจากลงไปมาก เช่นเดียวกับตลาดบ้านเราวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดี ส่วนตลาดหุ้นยุโรปเทรดบ่ายนี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบในกรอบแคบลักษณะทรงตัว แนะติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และ MSCI Quarterly review ซึ่งจะประกาศในวันที่ 11 ส.ค.
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (10 ส.ค.) นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯคงชะลอการปรับตัวขึ้น เนื่องจากจะมีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด พร้อมให้แนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,547-1,550 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,571.08 ล้านบาท ปิดที่ 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,293.21 ล้านบาท ปิดที่ 590.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,234.65 ล้านบาท ปิดที่ 108.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
7UP มูลค่าการซื้อขาย 2,170.02 ล้านบาท ปิดที่ 1.16 บาท ลดลง 0.09 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,002.66 ล้านบาท ปิดที่ 13.70 บาท ลดลง 0.20 บาท
หุ้นไทย (9 ก.ค.64) ปิดการซื้อขายครึ่งเช้าพุ่งไป +17.33 จุด (+1.14%) ที่ระดับ 1,539.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,855.52 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าที่คาดไว้ รับแรงซื้อกลับจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลงไปมากในช่วงก่อนหน้านี้ และยังได้รับ Sentiment จากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่อิงบวกมาช่วยหนุนได้บ้าง อีกทั้งยังคลายกังวลปัจจัยการเมืองช่วงสุดสัปดาห์ไม่ได้บานปลาย
รัฐบาลโอนเงิน 2,500 บาท ผู้ประกันตนม.33 ใน 3 จังหวัด
สธ.เผยประชาชนได้วัคซีนเข็ม 3 ต้นปีหน้า
อย่างไรก็ดี ให้ติดตาม MSCI Quarterly review ประกาศในวันที่ 11 ส.ค.นี้
และอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมถึงรายงานประจำเดือนของกลุ่มโอเปก และการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯได้ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าไปมาก ทำให้น่าจะมี upside น้อยลง เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ในช่วงนี้ด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,530-1,525 จุด ส่วนแนวต้าน 1,540-1,550 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,808.84 ล้านบาท ปิดที่ 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,362.19 ล้านบาท ปิดที่ 13.60 บาท ลดลง 0.30 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 1,259.67 ล้านบาท ปิดที่ 60.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,182.73 ล้านบาท ปิดที่ 80.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,117.16 ล้านบาท ปิดที่ 107.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway Down เนื่องจากตลาดฯไม่มีปัจจัยใหม่หนุน และราคาน้ำมันก็ยังปรับตัวลง โดยล่าสุดอยู่แถว 68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในต่างประเทศ และในประเทศก็ยังหนัก
ราคาทองวันนี้ – 9 ส.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง ราคาทองผันผวนเล็กน้อย
รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก
นอกจากนี้ เงินบาทอ่อนค่าส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ แนะติดตาม MSCI Quarterly review ซึ่งจะประกาศในวันที่ 11 ส.ค.นี้ คาดว่าหุ้นไทยจะถูกปรับลดน้ำหนักลง
เช็กเลย! 2 รพ. เปิดจองวัคซีนโมเดอร์นา กดลิงก์ลงทะเบียนไม่ยาก
และกระทบต่อ Fund Flow พร้อมแนะนำติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของจีนวันนี้ และเงินเฟ้อของสหรัฐฯวันที่ 11 ส.ค. รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในประเทศ และการแถลงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์สุดท้ายด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ติดลบเล็กน้อย พร้อมให้แนวรับ 1,510-1,515 จุด ส่วนแนวต้าน 1,530-1,535 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ ติดตามบริเวณจุดต่ำเดิมที่ 1514 จุด ซึ่งหากไม่ต่ำกว่า (หากต่ำกว่าเป็นลบต่อ และมีแนวโน้มลงหา 1500 จุด) คาดว่าจะฟื้นตัวได้บ้าง อย่างไรก็ตาม กรอบบนมองถูกจำกัดที่แนวต้าน 1528-1536 จุด ด้วยตลาดที่ขาดปัจจัยหนุน และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องเป็นลบต่อ fund flow ต่างชาติ กลยุทธ์ ใช้บริเวณ 1500 จุด เป็นจุดเริ่มซื้อสะสมสัดส่วน 25% เพื่อการลงทุน ด้านการ Selective Buy หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน :
Selective buy หุ้นปลอดภัยรับมือตลาดผันผวนสูง
1) Defensive Plays: กลุ่มการแพทย์ BDMS BCH RJH; EV/clean energy EA สื่อสาร ADVANC
2) Trading Idea หุ้นได้ประโยชน์ supply chain shortage/ ได้รับผลกระทบโควิดจำกัด / แนวโน้มกำไร 3Q64 เติบโต: KCE HANA WICE PSL RCL III เน้นเก็งกำไรระยะสั้น กำหนดจุด stop loss ทุกครั้ง
หากดัชนีปรับลงมาแถว 1500 จุด นักลงทุนระยะยาวแนะนำรอกลับเข้าซื้อลงทุนไม่เกิน 25% ของพอร์ต ในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและคาดผลดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดดีขึ้น อาทิ OSP BEM AOT CPALL BGRIM
ด้าน เงินบาทเปิด 33.43 อ่อนค่าต่อเนื่อง จากปัจจัยใน-ตปท. คาดกรอบวันนี้ 33.35-33.50 บาทต่อดอลาร์สหรัฐ
แพทย์ชี้หายจากป่วยโควิด-19 แล้วยังมีภูมิคุ้มกันธรรมชาติรอฉีดวัคซีนได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB